คุณสมบัติของคอนกรีต

คอนกรีต เป็นวัสดุผสมที่นำใช้ในงานก่อสร้างประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ ปูนซีเมนต์ วัสดุผสม (เช่น หิน ทราย หรือ กรวด) และ น้ำ โดยอาจจะมีสารเคมีเติมเพิ่มเข้าไปสำหรับคุณสมบัติด้านอื่น เมื่อผสมเสร็จคอนกรีตจะแข็งตัวอย่างช้าๆ ซึ่งน้ำและซีเมนต์จะทำปฏิกิริยาทางเคมีกันในลักษณะที่เรียกว่าการไฮเดรชั่น (Hydration) โดยซีเมนต์จะเริ่มจับตัวกับวัสดุอื่นและแข็งตัว ความแข็งแรงของคอนกรีตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ผสมและหลังจากแข็งตัวแล้ว 28 วัน ความแข็งแรงจะเริ่มคงที่

คุณสมบัติหลักของคอนกรีตคือ การรับแรงอัด ในขณะที่ความสามารถรับแรงดึงได้ต่ำ ประมาณ 10% ของแรงอัด แต่ถ้าต้องการให้คอนกรีตสามารถรับแรงดึงได้ ต้องเพิ่มเหล็กเส้นเข้าไปในคอนกรีต เพื่อเหล็กจะช่วยรับแรงดึงภายในคอนกรีต

วัสดุส่วนผสมของคอนกรีต

1 ปูนซีเมนต์ ทำหน้าที่ประสานมวลในคอนกรีต มีหลายชนิดให้เลือกใช้ตาม


2 วัสดุผสมย่อยอย่างละเอียด การก่อสร้างในประเทศไทย วัสดุผสมย่อยอย่างละเอียดจะใช้ทรายเป็นตัวแทรกประสาน ที่กระจายอยู่ทั่วซีเมนต์เพสต์(ปูนซีเมนต์ผสมน้ำ) ช่วยให้คอนกรีตมีความคงทนและปริมาณไม่เปลี่ยนแปลงมาก และทรายที่นำมาใช้ต้องมีคุณสมบัติที่สะอาด แข็งแกร่ง ทนทาน ไม่มีสารเคมีหรืออินทรียวัตถุ เจือปน เพราะจะทำให้การยึดเหนี่ยวของปูนซีเมนต์เสียกำลัง ก่อนที่จะนำทรายมาใช้ต้องร่อนให้สะอาดก่อน


3 วัสดุผสมย่อยอย่างหยาบ ใช้หินย่อยขนาดที่เหมาะกับการผสมคอนกรีตคือ


ต้องไม่ใหญ่เกินไปเพราะทำให้ไม่สามารถเทเข้าไปในระหว่างแบบหล่อกับเหล็กเสริมของคานหรือเสาได้ ในกรณีที่ทำคอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับหินย่อยที่ใช้ผสมควรมีขนาดที่คละกัน เช่น หินเบอร์ 2 และหินเบอร์ 1 เพื่อลดช่องว่างระหว่างหินให้น้อยลง ทำให้คอนกรีตแข็งแรง แน่นและทนทาน

4 น้ำ ที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องเป็นน้ำที่สะอาด ซึ่งในการก่อสร้างส่วนมากมัก
ระบุว่าต้องเป็นน้ำสะอาดที่ใช้ดื่มเช่น น้ำประปา เพราะน้ำที่มีสารปนเปื้อนหรือไม่สะอาด อาจจะทำให้วัสดุผสมในคอนกรีตผุกร่อน คอนกรีตแข็งตัวช้า หรือกำลังลดลงถ้าหากงานก่อสร้างนั้นอยู่ใกล้ทะเล และมีความจำเป็นต้องใช้น้ำทะเลมาผสม เช่นที่ท่าเรืออู่ตะเภา สามารถใช้น้ำยาผสมกันซัลเฟตผสมเพิ่ม อุณหภูมิที่ดีที่สุดของน้ำที่นำมาผสมคอนกรีตคือ 20 องศาเซลเซียส


5 น้ำยาผสมคอนกรีต มีหน้าที่ปรับปรุงคุณสมบัติต่างๆของคอนกรีตให้


เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน เช่น ต้องการให้คอนกรีตกันน้ำได้ ให้คอนกรีตแข็งตัวช้า เป็นต้น

3 การเก็บรักษาวัสดุส่วนผสมของคอนกรีตการเก็บรักษาวัสดุก่อนที่จะนำไปผสมเป็นคอนกรีต ด้วยวิธีที่ถูกต้องมีดังนี้
3.1 การเก็บปูนซีเมนต์ สถานที่เก็บควรมีหลังคาและมีฝาผนัง เพื่อป้องกันน้ำฝน ความชื้นที่จะทำให้ปูนซีเมนต์เสื่อมคุณภาพ ปูนซีเมนต์ที่บรรจุถุงต้องกองซ้อนกันบนพื้นที่ยกสูงเพื่อป้องกันน้ำไหลผ่าน
3.2 การเก็บวัสดุผสมอย่างละเอียดและวัสดุผสมย่อยอย่างหยาบ ควรกองแยกขนาดกัน ในบริเวณพื้นที่ ที่ปลอดภัยจากสารเคมี น้ำมัน และพื้นที่ที่มีน้ำไหลผ่าน
3.3 การเก็บสารผสมเพิ่ม ควรเก็บในสถานที่ ที่มีหลังคาคลุมและเก็บรักษาตาม

คำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต เพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพจากความร้อน ความชื้น การละลายตัวของสาร
4 วิธีการผสมคอนกรีต วิธีการผสมคอนกรีต สามารถแบ่งได้เป็น 3 วิธี คือ
4.1 การผสมด้วยมือ ผสมด้วยเครื่องมือธรรมดาด้วยแรงงานคน โดยใช้พลั่วหรือจอบผสมปูน สำหรับงานที่ใช้ปริมาณคอนกรีตไม่มาก
4.2 การผสมด้วยเครื่องมือผสมคอนกรีตขนาดเล็ก โดยใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อน