พื้นslab เป็นส่วนของโครงสร้างที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักบรรทุกโดยตรง แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่คาน เสา ผนัง รับน้ำหนัก พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่นิยมก่อสร้างในปัจจุบันอาจแบ่งออกเป็น พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กทางเดียวและสองทาง(one way and two way slab) เป็นต้น


1.การเตรียมแบบหล่อและค้ำยัน
*ตรวจสอบและกำหนดระดับท้องพื้นให้ถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
*ควรทำระดับโดยใช้กล้องระดับ การทำระดับโดยใช้สายยางจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย อาจเกิดผลกระทบเช่น พื้นห้องน้ำระดับสูงเกินไป ทำให้ต้องทุบทิ้งในภายหลัง หรือต้องใช้ปูนทรายหนากว่าเดิมเพื่อชดเชยระดับพื้นที่ต่ำไป

*ติดตั้งนั่งร้านหรือค้ำยันที่มีความแข็งแรงมั่นคงสามารถรับน้ำหนักของแบบหล่อคอนกรีตเหล็กเสริมน้ำหนักของคนงานและอุปกรณ์ช่วยคอนกรีต

*แบบหล่อที่เป็นเหล็ก หากล้างไม่สะอาด อาจทำให้สนิมติดผิวคอนกรีตได้

2.การผูกเหล็ก
*วางเหล็กเสริมพื้นให้ถูกต้องตามตำแหน่ง และระยะห่างในแบบก่อสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไป

*วางลูกปูนหนุน ห่างกันทุกๆ ระยะ 1 เมตร เพื่อไม่ให้เหล็กเสริมอยู่ติดแบบเกินไป


*ทำความสะอาดแบบหล่อพื้น ให้สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกจากเศษวัสดุ และขยะ


3.การเทคอนกรีตและการอัดแน่น
*คอนกรีตที่ใช้ต้องมีกำลังอัดอย่างน้อย 280ksc และมีความข้นเหลวที่เหมาะสม 7.5-12.5 ซม เป็นคอนกรีตปั๊ม ควรมีความข้นเหลว 12-15 ซม และหินไม่ควรใหญ่เกิน 20 มม
*ไม่ควรเติมน้ำเพิ่ม ในส่วนผสมคอนกรีตที่หน้างาน
*ควรทำสะพานสำหรับ รถเข็นเพื่อเทคอนกรีต เพื่อป้องกันไม่ให้เหล็กเสริมเคลื่อนตัว หรือเสียรูป


*ใช้เครื่องจี้เขย่าคอนกรีต ที่จุดห่างกัน 45-75 ซม หรือใช้เหล็กกระทุ้ง เพื่อให้เนื้อคอนกรีตแน่นและไล่ฟองอากาศโดยเฉพาะตามมุมของแบบหล่อควรเน้นเป็นพิเศษ
*ควรเทคอนกรีตต่อเนื่องทั่วแผ่นพื้น แต่หากจำเป็นต้องหยุดเทให้หยุดในลักษณะตั้งฉาก และก่อนเทคอนกรีตใหม่ ควรทำความสะอาดรอยต่อ แล้วราดน้ำปูนข้นหน้ารอยต่อก่อนจึงเทคอนกรีตใหม่

4.การบ่มคอนกรีตและถอดแบบ
*ภายหลังการจี้เขย่าให้ทำการแต่งผิวหน้าคอนกรีต
*ควรทำการบ่มทันทีหลังจากคอนกรีตเริ่มแข็งตัว โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง หลังจากเทคอนกรีตเสร็จ
*การบ่มมีหลายวิธี เช่น การขังน้ำ การใช้กระสอบเปียกคลุม การคลุมด้วยแผ่นพลาสติก หรือการใช้น้ำยาบ่มคอนกรีต และควรบ่มคอนกรีตเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน


*ถอดแบบหล่อและค้ำยันออกได้เมื่อคอนกรีตมีอายุ 14 วัน หรือมีค่ากำลังอัดขั้นต่่ำ 180ksc